Open House
เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน ทำให้ผมคิดถึงพระพรที่พระเจ้าประทานให้กับผมซึ่งเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง เพราะฤดูฝนที่เป็นช่วงเวลาแห่งการเติบโตของพืชพันธุ์ต่างๆ มากมายที่พระเจ้าทรงสร้างไว้บนโลกของเราใบนี้ เป็นเวลาดีสำหรับชาวนา ชาวสวนที่จะได้น้ำจากสวรรค์รดเรือกสวนไร่นาของเขา และเป็นเวลาดีที่จะรอคอยการงอกงามและเติบโตของพืชที่ได้หว่านไป
สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมคิดถึงบทเพลงที่ใช้แห่ขึ้นบทหนึ่งในพระธรรมสดุดีซึ่งมีข้อความตอนหนึ่งกล่าวว่า “บรรดาผู้ที่ออกไปหว่านเมล็ดพืชด้วยน้ำตา จะแบกฟ่อนข้าวกลับมาด้วยบทเพลงแห่งความยินดี” (สดุดี 126:6 - ร่วมสมัย) เป็นภาพสะท้อนที่ดีของการตรากตรำทำงานหนักแล้วได้ผลิตผลอันเกิดจากการอวยพระพรผ่านการมุมานะทำงานซึ่งภาพทั้งสองแม้ต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่กลับเป็นภาพที่เกี่ยวข้องกันอย่างไม่อาจแยกจากกันได้ – ภาพหนึ่งเป็นความทุกข์ยาก ทำงานหนัก ทำด้วยน้ำตา อีกภาพเป็นภาพของความชื่นชมยินดี มีความสุข ร้องเพลง แม้ต้องทำงานหนักคือ “แบก” ฟ่อนข้าว แต่คนแบกก็ดีใจกับสิ่งที่ตัวเองกำลังกระทำ ในขณะที่ผู้หว่านนั้นได้แต่หวังเพียงสิ่งที่หว่านจะเกิดผล ยังไม่เห็นผล เหน็ดเหนื่อย - ภาพสะท้อนของพระธรรมสดุดีตอนนี้ผมได้เห็นอย่างชัดเจนผ่านการมุมานะทำงานในโครงการ “พระคัมภีร์ฉบับอธิบาย ภาคพันธสัญญาเดิม”
เป็นเวลากว่า 10 ปี ที่ไอบีเอสได้มุ่งมั่นที่จะแปลและจัดทำ “พระคัมภีร์ฉบับอธิบาย ภาคพันธสัญญาเดิม” คนรุ่นแล้วรุ่นเล่าที่ต้องลงทุนลงแรงกับการหว่านด้วยน้ำตา จนทีมงานของเราบางท่านได้จากโลกนี้ไปแล้ว และแล้วผลแห่งการหว่านด้วยน้ำตา ด้วยหัวใจ ของบรรดาผู้รับใช้ท่านแล้วท่านเล่า เจ้าหน้าที่ของไอบีเอสที่หมุนเวียนมาช่วยกันทำรุ่นแล้วรุ่นเล่า ในที่สุดเราก็ได้ “ฟ่อนข้าว” คือพระวจนะของพระเจ้าที่สามารถจะไปถึงพี่น้องคริสเตียนคนไทยทั่วทุกมุมโลกที่จะสามารถอ่าน และศึกษาด้วยตัวเองได้ผ่าน “พระคัมภีร์ฉบับอธิบาย ภาคพันธสัญญาเดิม” สิ่งนี้เป็นความปลื้มปีติ และนำความยินดีมาสู่เจ้าหน้าที่ในไอบีเอสทุกๆ คน และผมเชื่อว่าเป็นความยินดีของพี่น้องที่เฝ้าเพียรอธิษฐานเผื่อเราและพันธกิจที่เราได้กระทำด้วย
ผมไม่สามารถอวดอ้างได้ว่านี่คือผลงานแห่งความพากเพียรของไอบีเอสแต่เพียงผู้เดียว แต่ผมขออวดอ้าวว่านี่คือผลงานของพี่น้องทุกท่าน เป็นผลงานที่เกิดจากคำอธิษฐาน กำลังใจที่ส่งมาอย่างสม่ำเสมอ สติปัญญาความรอบรู้ของคณาจารย์ซึ่งทุ่มเทให้กับการแปลและตรวจแก้ต้นฉบับครั้งแล้วครั้งเล่า ความอดทนและการเสียสละของน้องๆ ที่ยอมละจากวันหยุด เวลาแห่งการพักผ่อนกับครอบครัว เพื่อให้ “พระคัมภีร์ฉบับอธิบาย ภาคพันธสัญญาเดิม” ได้ถึงมือของพี่น้องคริสเตียนไทยเร็วที่สุด และมีความผิดพลาดน้อยที่สุดเท่าที่มนุษย์ธรรมดาจะทำได้
ผมรู้สึกยินดีกับ “ฟ่อนข้าว” (พระคัมภีร์ฉบับอธิบาย ภาคพันธสัญญาเดิม) ที่ไอบีเอสได้มีโอกาสเก็บเกี่ยวเพื่อพี่น้องทุกท่าน และผมเชื่อว่ามันจะเป็น “ฟ่อนข้าว” อีกฟ่อนหนึ่งที่จะเกิดผล และเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีสำหรับพันธกิจของพระเจ้าต่อไปด้วย หวังว่าพี่น้องจะร่วมชื่นชมกัน “ฟ่อนข้าว” ฟ่อนนี้ และยังคงร่วม “หว่าน” ร่วมกับไอบีเอสต่อไป
นรินทร์ สุรเนาวรัตน์


